มูลนิธิออทิสติกไทย

Leave Someone Behind#Save Special Educations การศึกษา(ที่ถูกลืม)เป็นพิเศษ

#Leave Someone Behind#Save Special Educations
#การศึกษา(ที่ถูกลืม)เป็นพิเศษ
#ความในใจคนที่ทำงานขับเคลื่อนการศึกษาพิเศษมาตั้งแต่ ปี 2540
#อย่าตั้งผู้บริหารที่ไม่รู้เรื่องและโปร่งใสมาบริหารงานการศึกษาพิเศษ
ผมว่าจะไม่เขียนบทความลักษณะนี้อีก เพราะครั้งที่แล้ว มีผู้ใหญ่ที่นับถือมาขอให้เบาๆหน่อย เพราะสิ่งที่ผมโพสต์ แม้จะเป็นข้อเท็จจริง แต่ควรพูดจาวงใน ผมก็นำไปนำเสนอวงใน หลายครั้ง ผมต้องวิ่งไปหาหลายวงทีเดียว ลองตามในเพจผมได้
ข้อเท็จจริงคืองานด้านการศึกษาพิเศษประเทศไทยว่า “เด็กพิการถูกปฏิเสธการรับเข้าเรียนหรือเรียนต่อ เพราะ ผู้รับผิดชอบดูแลงานการศึกษา มองว่า จัดงบประมาณให้หลายพันล้านบาทแล้ว แต่ปรากฏว่า เด็กพิการ เด็กพิเศษที่เรียนรวมยังไม่มีโรงเรียนทั่วไปใกล้บ้านที่มีคุณภาพและระบบสนับสนุนให้ “เรียนร่วมหรือเรียนรวม”ได้ เพราะ ไม่มีเงินจ้างครู โรงเรียนรัฐต้องเก็บเงินจากผู้ปกครอง บางแห่งคหบดีในพื้นที่ ช่วยจ่ายเงินเดือนครูให้ ผู้ว่า/รองผู้ว่าราชการจังหวัด หลายจังหวัด “เป็นงง”ต่อเรื่องนี้ ถามในที่ประชุมจังหวัดว่า ทำไมต้องเก็บเงินผู้ปกครอง แถมมีใบเสร็จทั้งมีตราและไม่มีตราเรียบร้อย ผมส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่กำกับดูแลไปเมื่อปี 2562 มีจดหมายตอบว่าจะส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
รวมกว่า 1 ปี จึงมีคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา 1 ฉบับ(เมื่อประมาณ สิงหาคม2563) คิดว่า เพราะวายร้ายโควิดเป็นเหตุทำให้ระบบขัดข้อง และคำตอบคือว่า ไม่มีการเรียกเก็บเงิน (น่าจะเพราะผู้ปกครองสมัครใจจ่ายให้รัฐ ) และดำเนินการแก้ไข บางแห่งแก้ไขง่ายๆ คือ ขอให้ผู้ปกครองย้ายเด็กพิการไปเรียนโรงเรียนที่มีครู แทนที่จะย้ายครู มาที่โรงเรียนที่มีเด็ก เพราะใกล้บ้านเด็กมากกว่า ข้อเท็จจริงที่ร้ายกว่านั้น ระบบเรียนทางไกลONLINE เป็นข้ออ้างที่เด็กหลายคนกลับไปเรียนที่โรงเรียนไม่ได้ ทั้งที่เด็กทั่วไปได้ไปเรียนที่โรงเรียนได้แล้ว ส่วนความคืบหน้าเรื่องระเบียบการเรียนรวม ระเบียบห้องเรียนคู่ขนาน ที่ได้ตกลงกันในที่สัมมนาเรื่อง สิงหาคม2562 เงียบสนิทไม่มีคำตอบใดๆทั้งสิ้น ผมคิดว่าเที่ยวนี้จะฟ้องศาลปกครอง มาตรา157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่สักครั้ง ผู้เกี่ยวข้อง มัวแต่เชิญผู้ใหญ่ไปดูภาพตัวอย่างความสำเร็จ แต่ไม่ไปดูภาพความไม่สำเร็จ ซึ่งร้อยทั้งร้อย ของคนไปดูภาพความสำเร็จจะรู้สึกภูมิใจ “สงสารจับจิต”กลับมาเตรียมตั้งงบสร้างโรงเรียน แยกเด็กพิการออกมา จากมนุษย์ทั่วไป
วันนี้ทราบว่า งบประมาณการศึกษาคนพิการ ปี2562-2563 ถูกแปลงโฉมไปใช้ เนื่องงานงบประมาณขาดมือ รวมตัวเลข น่าจะหลายร้อยล้าน งบประมาณปี 2564 ผมไปดูในร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ผ่านรัฐสภา และร่างงบประมาณ ปี 2565 /2566ยังไม่มีการตั้งงบประมาณสนับสนุนการเรียนร่วม มีแต่ตั้งงบประมาณก่อสร้าง ซื้อรถตู้ ให้หน่วยงานบางหน่วย น่าเศร้าใจจริงๆที่เรื่อง การเรียนรวม การศึกษานอกระบบ การศึกษาที่เกินกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่มีงบประมาณสนับสนุนเลย แม้ผู้ใหญ่ที่กำกับดูแล (ระดับรัฐมนตรีช่วย) จะสนใจเรื่องนี้มาก แต่ก็ไม่สามารถตั้งงบประมาณได้ อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่ใคร
เรามีกลไกการจัดการ คือ “สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ” ซึ่งขอชื่นชมสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ และบุคลากรศูนย์การศึกษาพิเศษ โรงเรียนการศึกษาพิเศษ โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ทุกท่านที่ทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย ทำงานสำเร็จหลายเรื่อง อดีตผู้บริหารสำนักฯเติบโตเป็นเลขาธิการ ผู้ตรวจฯ หลายท่าน
แต่พอผ่านไป สภาพการจัดการ “หยุดนิ่งเหมือนเดิม” เรามีผู้บริหารงานการศึกษาพิเศษ ระดับปริญญาเอก นับสิบคน ในวงงานนี้ แต่ไม่ถูกเรียกใช้ วันที่ไปพบ ท่านเลขาธิการ สพฐ ฯ คณะสภาคนพิการแจ้งเรื่องนี้กับท่าน ท่านยืนยันว่า “จะเสนอชื่อนักบริหารที่อยู่ในวงการศึกษาพิเศษ มาบริหารงานแน่นอน ไม่เอาคนนอกมาเหมือนในอดีต “และจะปรับโครงสร้าง ให้ ศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดูแลงานเรียนร่วมมากขึ้น “(ย้อนไปดูเพจที่ผมเขียนก่อนหน้านี้) วันนี้ทราบมาว่า มีการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรองตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ผ่านคณะกรรมการพิจารณาไปแล้ว 2 รายชื่อ ตามความถูกต้อง แต่ผมได้ข่าวแว่วๆว่า มีผู้มีอำนาจจากอีกฟากถนน ส่งรายชื่อที่สาม มาให้พิจารณา ซึ่งน่าจะเป็นเด็กนักการเมืองระดับบิ๊ก ถ้าไปสอบประวัติ เคยมีเรื่องออกสื่อทีวี และเพจ รายการดังรายการหนึ่ง และตอบคำถามได้ไม่เคลียร์ จึงขอแจ้งข้อมูลนี้ไว้ให้ทราบโดยทั่วกัน และอยากให้ข้อความไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจด้วยความเป็นธรรมาภิบาลด้วย
ข้อเสนอของผม คือ 1. การสนับสนุนนโยบายให้เด็กพิการ เด็กพิเศษเรียนโรงเรียนใกล้บ้านที่มีระบบการสนับสนุนที่ดี คิดไม่ออกมาถามองค์การคนพิการ อย่าคิดเอง เออเอง
2.คัดเลือกผู้บริหารการศึกษาพิเศษที่มืออาชีพ เป็นคนในวงการการการศึกษาพิเศษ ไม่ใช่เอาเด็ก(นักการเมือง)ใครมาก็ได้ ถ้าอย่างนั้น จะเปิดสอน สาขาการศึกษาพิเศษไปทำไม ใครๆก็บริหารได้เช่นนั้นหรือประเทศเกือบทั้งโลก เขา ให้ นักบริหารการศึกษาพิเศษมืออาชีพกันทั้งนั้น
รอบนี้ ผมได้รับเลือกตั้งให้เป็น ประธานสภาคนพิการทุกประเททแห่งประเทศไทย จึงเชิญ ศ.วิริยะ นามศิริพงษ์พันธ์ุ มาเป็นประธานฝ่ายการศึกษา ร่วมกับ อ.ปราโมทย์ ธรรมสโรช เพราะ#เราจะสนับสนุนการศึกษาพิเศษที่บริหารงานโดยมืออาชีพที่มีธรรมภิบาลถูกต้องตามระบบคุณธรรม
#Save Special Educations
ถ้าองค์กรคนพิการผิดหวัง คงได้เจอกัน
ชูศักดิ์ จันทยานนท์
ว่าที่ประธานสภาคนพิการทุกประเภท แห่งประเทศไทย
19ตุลาคม2563

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยืน, กำลังนั่ง และสถานที่ในร่มในภาพอาจจะมี ข้อความพูดว่า "4 EDUCATION QUALITY"
ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังนั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *