มูลนิธิออทิสติกไทย

อาชีวศึกษาสู่การประกอบอาขีพคนพิการ

#Transitiontovocational
#อาชีวศึกษาสู่การประกอบอาขีพคนพิการ
#เสน่ห์อาชีวะ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึก

ษา(สอศ) ร่วมกับมูลนิธิคุณพุ่ม(มคพ) และมูลนิธิออทิสติกไทย (มอท) ปฎิบัติการจัดทำ แผนการศึกษาเชื่อมโยงผู้เรียนพิการหรือ “สะพานเขื่อมโยงสู่การประกอบอาชีพของคนพิการทุกประเภท” โดยทีม สอศ ทีมการศึกษาพิเศษ(สพฐ) ทีมมูลนิธิคุณพุ่ม และทีมออทิสติกไทยวันแรก 24 พ.ย.63 ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ ดร.สาโรช ขอจวนเตี๋ยว นำเข้าสู่การประชุมปฎิบัติ ช่วงต่อมา อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ดร.สมพร อาศิรพจน์ ดร.สุดา สุขอีก อ.ปราโมทย์ ธรรมสโรช ร่วมนำเสนอภารกิจมูลนิธิคุณพุ่มและความเห็นเบื้องต้นในการจัดการศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพและการมีงานทำของคนพิการ
“สาระสำคัญ คือ โครงการสะพานเขื่อมโยงสู่การประกอบอาชีพของคนพิการทุกประเภท” เป้าหมายคือ คนพิการ”มีอาชีพอย่างมืออาชีพ” ไม่ใช่เป็นแรงงานขั้นพื้นฐาน แต่เป็นแรงงานที่มี ทักษะ หรือ SKILL เป็นฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพโดยประสานความร่วมมือสี่ฝ่าย คือ สพฐ สอศ มคพ และ มอท
“สี่วงจร”ที่จะทำงานร่วมกัน คือ 1.”พัฒนาระบบการศึกษาด้านอาชีพสำหรับคนพิการในอาชีวศึกษา ทั้งแบบเรียนรวม(Inclusive)และการศึกษาเฉพาะกลุ่ม(Specific Groups) 2.”การพัฒนาระบบสนับสนุน ทั้งบนโยบายอนุบัญญัติ หลักสูตร การพัฒนากำลังคนและการจัดการ(Polily and System)”โดยใช้กระบวนการแผนเปลี่ยนผ่านหรือแผนเชื่อมโยง From Education to Transition to Work”3.การเชื่อมต่อกับระบบการทำงานเพื่อสู่Decent Work โดยใช้กฎหมายด้านคนพิการ กฎหมายด้านแรงงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นฐาน 4. พัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษา ให้เป็น Excelence Center หรือ Incubation Center ในสถาบันอาชีวศึกษา ในมูลนิธิทั้งสองแห่ง โดยทำงานร่วมมือกันวันแรก มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ และถกแถลง ณ วิทยาลัยสารพัดเชียงใหม่ ซึ่งพบว่า มีกลุ่มสาขาอาชีพให้เลือกเรียนรู้กว่า 70 สาขาวิชา แบ่งเป็นกลุ่มเช่น กลุ่มอาหารและเบเกอรี่ กลุ่มงานช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า กลุ่มงานวิจิตรศิลป์ ช่างหนัง ศิลปะ กลุ่มงานเสริมสวย สปา กลุ่มงานเกษตร กลุ่มงานบริการ ต่างๆ

ซึ่งมีสาขา มีคนพิการเข้ารับการอบรม ในหลักสูตรระยะสั้น ระยะกลาง (50,75,150,225 ชั่วโมง) การสอนแม้จะจัดเป็นกลุ่ม แต่การเรียนรู้ เน้นความเป็นรายบุคคล เน้นทักษะการทำงานหรือประกอบอาชีพHard Skill ทำจนให้เป็นงาน กรอบเวลาหรือชั่วโมง เป็นเพียงกรอบของเนื้อหา จึงสอดคล้องกับ Individualized หรือ “ความเป็นเฉพาะบุคคล” จุดนี้ที่ โครงการความร่วมมือ ต้องช่วยกัน “เติมให้เต็ม” การเรียนรู้ แบบ LAB หรือ Station หรือ ฐาน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ ทำให้ผู้เรียน เรียนรู้ อย่างผ่อนคลาย ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง สำหรับครูอาชีพ นอกจากเป็นบุคลากรประจำการแล้ว ยังเชิญ “ผู้รู้”จากภายนอกมาช่วยสนับสนุน “อาชีพที่ไม่ตาย หรืออาชีพที่สอดคล้องกับชุมชนท้องถิ่น จึงคงอยู่” ส่วนแผนการสอน เน้นปฎิบัติมากกว่าทฤษฎี แผนการเรียนจึงไม่ซับซ้อน ขั้นตอนการสอน มีการทำ Task analysis โดยไม่อิงตำรา แต่อิงผู้เรียน
ช่วงบ่าย มีการระดมความคิด ตอบ 3คำถามที่ดร.สาโจน์ ตั้งให้วงสนทนา ซึ่งมาจาก 4 หน่วยงาน คือ 1. ความโดดเด่นจากการเรียนรู้ในฐานต่างๆที่นำไปปรับใช้ได้ 2.อาชีพที่เหมาะสมกับผู้เรียนกลุ่มที่แต่ละหน่วยดูแล 3.หนึ่งประโยค สรุปหัวใจจากการดูงาน ซึ่งแต่ละกลุ่มนำไปใช้ในการสนทนาฉันท์มิตร
ผมได้เรียนท่านดร.บุญส่ง ว่า ได้เห็น”เสน่ห์อาชีวะ” ที่เน้น ความเป็นเฉพาะบุคคล การเรียนการสอนที่เรียบง่าย และการมีความเป็นมิตร” เป็นภาพที่ผมพบเห็นวันนี้วันที่สองของการสัมมนา จะมีผู้ใหญ่ อีก 2ท่าน มาช่วยสานและขับเคลื่อนงานต่อกัน คือ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา และดร.บุญรักษ์ ยอดเพชรคงมีคำตอบที่จะเคลื่อนเดินต่อไป

ชูศักดิ์ จันทยานนท์ กรรมการมูลนิธิคุณพุ่ม https://www.facebook.com/1366016403473251/posts/4621638344577691/?d=n

 

   

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *