มูลนิธิออทิสติกไทย

สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) มุ่งเป้าหมายสู่การพัฒนาสู่ความยั่งยืน หรือ SDGs โดยสนับสนุนให้ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก

#Take Action and Full Participation
 สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) มุ่งเป้าหมายสู่การพัฒนาสู่ความยั่งยืน หรือ SDGs โดยสนับสนุนให้ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก ระดับอนุภาค จำนวน 16 กลุ่ม จัดประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนสิทธิที่เป็นจริงสำหรับเด็ก เยาวชน และบุคคลออทิสติกทุกช่วงวัย ตาม 4 กลไกหลักออทิสติก  2 กุมภาพันธ์ 2563 มีการประชุม 2 กลุ่มอนุภาค คือภาคเหนือตอนบน จังหวัดน่าน พะเยา แพร่ โดยคุณชุลีพร คุณอัจฉรา และตัวแทนชมรมแพร่ พร้อมสมาชิกที่เป็นแกนนำ ร่วมประชุม และกลุ่มภาคใต้ตอนล่าง กลุ่มจังหวัดตรัง สงขลา พัทลุง โดยคุณพัชรา อาจารย์ปัทมา คุณณัฐกร พร้อมแกนนำร่วมประชุม ได้ผลการประชุมที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม ทั้งเป้าหมาย ประเด็นที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนา และรับทราบสถานการณ์การทำงานของแต่ละจังหวัด ผม ได้ลงไปสังเกตการณ์การประชุม ที่จังหวัดตรัง พร้อม กรรมการบริหารสมาคม 2 ท่าน คือ คุณมงคลและคุณสุนทร ได้ข้อสรุป ทั้ง 2 กลุ่มอนุภาคดังนี้
1. การเข้าถึงสิทธิของเด็กและบุคคลออทิสติก ยังไม่ทั่วถึง ทั้งการเข้าใช้สิทธิในฐานะคนพิการ ซึ่งมีจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับ”การรับรองความพิการ” เป็นปัญหามากในการเข้าถึง เช่น สิทธิบัตรทองคนพิการ และเบี้ยความพิการ
2. การจัดการศึกษา หลายสถานศึกษา ในระดับประถมศึกษา ขอจำหน่ายเด็กพิการและเด็กออทิสติก ออกจากระบบ เพราะเหตุอายุเกิน15 ปี ไม่สามารถกรอกข้อมูลรับงบประมาณจาก สพฐ ได้ จึงขอให้ผู้ปกครองให้เด็กอยู่บ้าน สถานศึกษาบางแห่ง มีเด็กพิเศษเรียนร่วมกว่า 30คน แต่ไม่มีการจัดพี่เลี้ยงหรือครู ช่วยโรงเรียนเลย ผู้ปกครองต้องจ่ายเงิน เดือนละ3000 บาทเพื่อจ้างครู ขณะเดียวกัน บางหน่วยที่รับผิดชอบ มีอัตราครูหรือพี่เลี้ยง 5 คน มีเด็กรับบริการจริง 3 คน แต่ผู้บริหารไม่จัดอัตรากำลังดังกล่าวสนับสนุนโรงเรียนที่ทำงานจริง (เลขาธิการ สพฐ ควรพิจารณาปัญหานี้เร่งด่วน )
3. การศึกษาระดับมัธยมศึกษา แทบไม่มีจัด มีบางโรงเรียนที่ให้โอกาส แต่ไม่มีระบบสนับสนุนใดๆทั้งสิ้น
4. ข้อจำกัดในการดำเนินงาน ศูนย์บริการคนพิการประเภททั่วไป ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมมีระเบียบรับรองการทำงาน แต่การอนุมัติโครงการในพื้นที่ บางพื้นที่มีความลั่กลั่นหน่วยงานรัฐอื่นๆ มองว่า ซ้ำซ้อนกับงานที่รับผิดชอบ ทั้งที่ข้อเท็จจริง หน่วยงานดังกล่าว ไม่เคยจัดบริการใดๆให้คนพิการเลย หากชมรมใดได้หน่วยราชการที่เข้าใจ ก็ทำงานได้สะดวก
5. การดำเนินงานอย่างร่วมมือกันในระดับชมรม ในกรณีที่ชมรม มีศูนย์บริการ หรือศูนย์ส่งเสริมทักษะชีวิตระดับจังหวัด/อำเภอ ให้จัดทีมบริหารจัดการ รับผิดชอบงานในแต่ละด้าน เพื่อความคล่องตัวในการจัดการและ ประสิทธิผล กรณีศึกษา คือ จังหวัดตรังจะนำร่องระบบจัดการ คือ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดตรัง (คุณปรีชา)จะมุ่งเป้าหมาย การพิทักษ์สิทธิ์ การขับเคลื่อนนโยบายระดับจังหวัด และ การเสริมพลังครอบครัว ส่วนศูนย์ส่งเสริมทักษะชีวิตบุคคลออทิสติก จังหวัดตรัง (คุณพัชรา)จะทำหน้าที่ จัดบริการ ถึงระดับชุมชน ทั้งการฝึกทักษะ งานอาชีพ การศึกษา และในหนึ่งจังหวัดจะขยายลงระดับอำเภอก็ได้ โดยให้กลุ่มผู้ปกครองในพื้นที่ร่วมรับผิดชอบ โดยกลุ่มผู้ปกครอง อำเภอ ห้วยยอด จะเริ่มต้น จัดศูนย์การเรียนของกลุ่มในอำเภอ เนื่องจากไม่มีโรงเรียนให้เรียน
6. บ้านพิทักษ์ในชุมชน ผู้ปกครองหลายจังหวัดเริ่มศึกษา ทำความเข้าใจ และพร้อมร่วมมือขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น และจะนำเข้าเสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบในจังหวัดต่อไป มีกรณีตัวอย่างครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่อายุกว่า70ปี ลูกสาวแยกเรือนออกไปเพราะครอบครัวรับพฤติกรรมพี่ที่เป็นออทิสติกไม่ได้ พ่อแม่จึงเป็นห่วงว่า “จะทำอย่างไร เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว”
7. ขอให้มีโครงการค้นหา และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ เด็กและเยาวชนออทิสติกทุกระดับอาการ ในระดับชุมชน ซึ่งบางจังหวัดจะประสานและจัดทำโครงการระดับพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสมาคมและมูลนิธิจะสนับสนุนระบบการจัดการความรู้ต่างๆให้
8. นอกจากนั้น ที่ ประชุมเตรียมแผนงานรองรับงานสมาคมที่จะจัดในระดับพื้นที่ ทั้งการสร้างความเข็มแข็ง งานอาชีพ การจ้างงาน ต่างๆขอบคุณแกนนำทุกท่านที่ร่วมมือกันคิด ลงมือทำ โดยยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ ดูแลสุขภาพกันไว้ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ รักและสามัคคีกันไว้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *